ข่าวภารกิจผู้บริหารกับหน่วยงานภายนอก

อธิการบดี ม.ราชภัฎเลย พร้อมคณะ เข้าพบหารือ ด้านการค้าการลงทุน และการศึกษา กับกงสุลใหญ่ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผู้ช่วยศาสาตราจารย์ ดร.ภาณุมาณ  พรหมเทศ  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และคณะ เข้าพบหารือ และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการศึกษาจากท่านกงสุลใหญ่ ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุมาศ พรหมเทศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และคณะ เดินทางเข้าพบ นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เพื่อหารือ และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการศึกษา ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการนี้ มีนายศาสตร์ ชัยวรพร รองกงสุลใหญ่ ได้ร่วมให้การต้อนต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้ร่วมเดินทางจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาส ศรีจำนงค์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีณา พรหมเทศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ดร.สัญชัย เกียรติทรงชัย คณบดีคณะวิทยาการจัดการ อาจารย์ศุภกานต์ บำรุงราชหิรัณย์ รองผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และหัวหน้างานวิเทศสัมพันธ์ อาจารย์ฐานปรักษ์ ศรีทารัง อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาจีนและภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ร่วมประชุมและรับฟัง หลังจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุมาศ พรหมเทศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางมานครกว่างโจว ในครั้งนี้เพื่อร่วมทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยกว่างโจว ซินหัวแล้ว ท่านกงสุลใหญ่ ได้สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้าการลงทุนโดยสังเขปว่า นครกว่างโจว เป็นเมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง และเป็นศูนย์กลางทางการค้า เทคโนโลยี และโดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรัฐบาลจีนเองได้สร้างเขตพื้นที่วิจัยที่เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะระหว่างเมืองกว่างโจว ฮ่องกง และมาเก๊า จึงทำให้เมืองกว่างโจว และมณฑลกวางตุ้งที่รวมทั้งเมืองเซินเจิ้น ฝอซาน ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นทั้งศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการศึกษา โดยได้แนะนำให้คนไทยเร่งศึกษาทำความเข้าใจกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศจีน ฉบับที่ 15 (ค.ศ. 2026 – 2030) ที่จะเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณ ไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพสูง ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปสู่อุตสาหกรรมไฮเทค และสังคมคาร์บอนต่ำ โดยกว่างโจวเป็นเมืองเศรษฐกิจฐานทุนวัฒนธรรม จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการใช้ทุนวัฒนธรรมผนวกกับความคิดสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ดังนั้น ภาคการศึกษาที่ต้องการให้นักศึกษาจีนเข้ามาศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น จึงต้องมีการปรับตัว โดยเสนอข้อคิดเห็นว่า การศึกษาไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อการขยายตัวของจีนที่จะเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอาเซียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คลิกชมภาพ

kanok namkhanthi

facebook.com/namkhanthi