AGRO-TECH LRU ทีมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย คว้ารางวัลชนะเลิศ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน”
นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย คว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา โครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร (YOUNG AGRI FUTURE 2025) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน”

โครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร (YOUNG AGRI FUTURE 2025) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” จัดโดย สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระดับอุดมศึกษา (ปวส.-อนุปริญญา-ปริญญาตรี)

ผลการการแข่งขัน ทีม AGRO-TECH LRU มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย คว้ารางวัลชนะเลิศ ด้วยผลงาน นวัตกรรมการปอกเปลือกเขียวและกะเทาะกะลามะคาเดเมีย 2 ฟังก์ชัน รับเงินรางวัล 100,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล ประกอบด้วย นายจิรวัฒน์ ใจทน หมู่เรียน วศ. 6502 นางสาวเอริกา ภู่ทอง หมู่เรียน วศ.6502 นายเจษฎา คำแสน หมู่เรียน วศ.6603T อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภควดี ศิริวัชรสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

นวัตกรรมการปอกเปลือกเขียวและกะเทาะกะลามะคาเดเมีย 2 ฟังค์ชัน ถูกออกแบบให้มีลักษณะ Compact Design คือ รวม 2 ฟังค์ชัน ได้แก่ การปอกเปลือกเขียว (Husking) และ การกะเทาะกะลา (Cracking) ไว้ในเครื่องเดียว โดยการสำรวจข้อมูลเชิงพื้นที่จากเกษตรกรผู้ปลูก และแปรรูปมะคาเดเมีย บ้านหินสอ ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ก่อนนำข้อมูลมาออกแบบและพัฒนา เครื่องจักรใช้ต้นกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสสลับที่หาได้ง่ายทั่วไป ร่วมกับเพลาส่งกำลังเพื่อขับจานเหวี่ยง ซึ่งติดตั้งชุดปอกเปลือกเขียวด้วยแรงเสียดทานที่ฝั่งด้านหนึ่ง และติดตั้งชุดกะเทาะเมล็ดกะลาด้วยแรงกระแทกที่ฝั่งอีกด้านหนึ่ง สามารถปรับความเร็วรอบของการปอกเปลือกเขียวหรือการกะเทาะกะลา ได้ตามฟังค์ชันการใช้งาน จึงช่วยลดต้นทุนเครื่องจักร ลดเวลาปฏิบัติงาน ลดพื้นที่จัดเก็บ ลดการใช้แรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพเมล็ดใน ช่วยสร้างรายได้จากการจำหน่ายเมล็ดในมะคาเดเมียเต็มเมล็ดมากขึ้น จาก 600-700 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 1,200-1,400 บาท/กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้น 100% ให้แก่เกษตรกร

การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวยังมีความสอดคล้องกับ “ศาสตร์พระราชา” ในการพัฒนาประเทศอย่างพอเพียงและยั่งยืน โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” กล่าวคือ “เข้าใจ” ปัญหาและข้อจำกัดของเกษตรกรในพื้นที่ “เข้าถึง” บริบทจริงของชุมชนผ่านการลงพื้นที่สำรวจ เพื่อนำมา “พัฒนา” เครื่องจักรต้นแบบ โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า (เครื่องจักร 1 เครื่อง ใช้งานได้ 2 ฟังก์ชัน) เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้อย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ BCG Economy อีกทางหนึ่ง

